วิธีติดแอร์ให้เย็นและประหยัดไฟ

ในทุกๆวันนี้ทุกบ้านต่างก็ต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศกันทั้งนั้น  เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ดังนั้น  ผู้เป็นช่างงานระบบแอร์ และไฟฟ้า จึงควรแนะนำลูกค้าได้อย่างถูกต้องว่าควรติดตั้งอย่างไรถึงจะเย็นและประหยัดไฟที่สุดและติดตั้งแอร์อย่างถูกวิธีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุดจากการติดตั้ง

  1. เลือก BTU เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดห้อง

ช่างงานระบบแอร์ และไฟฟ้า ควรแนะนำได้ว่าแอร์ที่ลูกค้าใช้งานอยู่ปัจจุบันมีความเหมาะสมกับขนาดห้องหรือไม่ โดยแนะนำสูตรคำนวณ ดังนี้ BTU = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ค่าตัวแปร (ตามตารางประกอบด้านล่าง)
เช่น ห้องนอนกว้าง 4 x 5 เมตร สูตรคำนวณ คือ  4x5x700 = 14,000
ดังนั้น BTU ที่เหมาะสมสำหรับห้องนี้ คือ 14,000-16,000 BTU

2.เลือกคอมเพรสเซอร์ที่ทนต่อสภาพอากาศเมืองไทย

คอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่นอกบ้าน และเป็นอุปกรณ์หัวใจในการทำความเย็น ดังนั้น การรักษาสภาพของคอมเพรสเซอร์ให้ดีสมบูรณ์อยู่เสมอก็จะทำให้ความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำงานได้เต็มที่ การเลือกซื้ออย่าดูแต่การออกแบบภายนอกเพียงเท่านั้น ควรดูคุณภาพอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตด้วยว่ามีคุณภาพไหม เสื่อมอายุการใช้งานเร็วหรือไม่

3.ติดตั้งท่อให้มิดชิด ปิดช่องประกอบทั้งหมด

เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสัตว์ไม่พึงประสงค์จำนวนไม่น้อย เช่น หนู แมลง แมลงสาป ฯลฯ ดังนั้นขณะที่ช่างงานระบบแอร์ และไฟฟ้า ดำเนินการติดตั้งควรตรวจดูจุดต่อเชื่อม ทางออกของท่อน้ำยาระหว่าง Fan Coil ไป Condensing ได้ทำการปิดช่องประกอบทั้งหมดไว้เรียบร้อยดีหรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ไม่พึงประสงค์เข้าไปกัดสายไฟได้

4.อย่าลืมติดตั้งสายดิน

สิ่งสำคัญที่ ช่างงานระบบแอร์ และไฟฟ้า ห้ามละเลยในการติดตั้ง คือ การติดตั้งสายดิน ต้องเดินสายให้ถูกต้องและเรียบร้อยเพราะถ้าทำการเดินสายไม่ถูกต้องผู้ใช้อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

5.ทิ้งระยะห่างจากเพดาน

อุปสรรคในการล้างเครื่องปรับอากาศของช่างงานระบบแอร์ และไฟฟ้า เกิดจากการติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่ใกล้กับเพดานเกินไป หรือชิดกับเพดานเลย ทำให้ช่างงานระบบแอร์ และไฟฟ้า ไม่สามารถใช้ปืนฉีดน้ำล้างเข้าไปทำความสะอาดได้ทั่วถึง ทำให้ไม่สะอาด  ดังนั้นควรดูชนิดของเครื่องปรับอากาศที่จะติดตั้งด้วยว่า ควรมีระยะห่างจากเพดานเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

6.ตำแหน่งของ Condensing Unit

ลูกค้าหลายท่านจะกังวลว่า ถ้า Condensing อยู่ใกล้ห้องนอนเกินไปจะทำให้เกิดเสียงดังรบกวน จึงให้ช่างงานระบบแอร์ และไฟฟ้า ติดตั้งCondensing ให้ไกลจากห้องนอน เพื่อป้องกันเสียงรบกวน แต่ช่างงานระบบแอร์ และไฟฟ้า ควรแนะนำว่า ระยะของการติดตั้ง Condensing นั้นท่อน้ำยาไม่ควรยาวเกิน 12 เมตร เพราะท่อน้ำยาที่ยาวเกินไปจะทำให้แรงดันน้ำยาลดลง ประสิทธิภาพในการทำความเย็นก็จะลดลงไปด้วย และควรติดตั้งให้ห่างจากกำแพง 50 ซม. เป็นอย่างน้อย โดยไม่ควรมีอะไรมาขวางด้านหน้าในระยะ 1 เมตร

7.ล้างเครื่องปรับอากาศทุก 3-6 เดือน

การล้างเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากจะเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องปรับอากาศแล้ว ยังช่วยรักษาสุขภาพของท่านอีกด้วย เพราะฝุ่นผงที่ติดอยู่ตามแผงด้านใน จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นลดลง และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เราจึงควรล้างเครื่องปรับอากาศทุกๆ  3-6 เดือน ถ้าเครื่องปรับอากาศติดตั้งในบริเวณที่มีการรับประทานอาหาร  สถานที่ที่มีคนเยอะ และมีการปิด-เปิดของประตูตลอดเวลา ควรล้างทุกๆ 2-3 เดือน

8.ติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ถูกทิศ

ทิศทางการติดตั้งเครื่องปรับอากาศก็มีผลต่อค่าไฟ เพราะแดดเมืองไทยร้อนมากเป็นพิเศษ ช่างงานระบบแอร์ และไฟฟ้า ควรแนะนำลูกค้าให้เลี่ยงผนังที่เจอกับแสงแดดโดยตรง จะช่วยให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก และพิจารณาลักษะการใช้งานเพิ่ม เช่น ห้องนอนเรามักจะอยู่ในห้องนอนช่วงค่ำ แปลว่าช่วงบ่ายผนังได้รับการสะสมความร้อนมาจากแสงอาทิตย์ ดังนั้นเครื่องปรับอากาศน่าจะติดในทิศตรงข้ามคือทิศตะวันออก หรือห้องทำงานเน้นเลี่ยงทิศตะวันออก เพราะเน้นทำงานตอนกลางวัน เป็นต้น

9.ลดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อน

ช่างงานระบบแอร์ และไฟฟ้า ควรแนะนำลูกค้าหากเห็นว่ามีการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทก่อให้เกิดความร้อน เช่นไมโครเวฟ เตาทำอาหาร เตารีด ตู้เย็น ไดร์เป่าผม ฯลฯ ในห้องที่ติดแอร์ ถ้าเป็นไปได้ควรพยายามเลี่ยงไม่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศในบริเวณดังกล่าว สำหรับคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดท่านสามารถติดตั้งในบริเวณที่ไม่ค่อยมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อนเป็นประจำได้ เพราะความร้อนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้จะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น เครื่องปรับอากาศจะมีอายุการใช้งานที่สั้นลง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *